ผบ.ตร.ยอมรับแผนโจรใต้ “มาเร็ว-เคลมเร็ว” ทั้งปล้นและทำคาร์บอบม์ เปิดชื่อ 4 ทหารบาดเจ็บชุดแพทย์เคลื่อนที่

109

ปัตตานี – เปิดชื่อ 4 ทหารชุดแพทย์เคลื่อนที่ ฉก.24. ที่เลขาฯ ศอ.บต.ส่งทีมเยี่ยมหลังได้รับบาดเจ็บจากระเบิดรถยนต์ปล้นเต็นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ด้าน ผบ.ตร.ยอมรับโจรใต้ใช้วางแผนมาเร็ว-เคลมเร็ว ทั้งปล้น และทำคาร์บอมบ์ แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็เตรียมการรับมือได้ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วานนี้ (16 ส.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูงเดินทางลงพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อตรวจสอบเหตุวิสามัญคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นรถยนต์ที่เต็นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ในพื้นที่ สภ.นาทวี อ.เทพา จ.สงขลา โดยมี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี รายงานสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับรายงานสถานการณ์ล่าสุด

จากนั้น ทาง ผบ.ตร.ได้เดินตรวจรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน บธ 4063 พัทลุง ซึ่งภายในรถพบคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 1 ราย ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบถังแก๊สบรรจุระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักรวม 80 กก. ซึ่งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดสามารถกู้ไว้ได้ โดยภายในรถยังพบน้ำมันเบนซินบรรจุในแกลอนขนาด 10 ลิตร จำนวน 7 ถัง ซึ่งคนร้ายหวังจะก่อวินาศกรรมให้เกิดเพลิงไหม้ พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ยังได้เดินทักทาย และกล่าวให้กำลังใจหน่วยกำลังร่วม 3 ฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ อดทน จนสามรถคลี่คลาย และระงับเหตุดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว

“คนร้ายที่ถูกวิสามัญครั้งนี้เป็นคนร้ายที่ร่วมปล้นรถยนต์ และของกลางที่พบในรถเป็นถังแก๊สบรรจุระเบิด น้ำมันเบนซิน และตัวจุดชนวนที่พร้อมจะจุดระเบิด ที่ผ่านมา เราเฝ้าระวังมาโดยตลอด คนร้ายปฏิบัติการณ์ตามที่วางแผนไว้แล้ว ซึ่งเราเชื่อว่าระเบิดได้ประกอบเตรียมไว้ก่อนแล้ว เมื่อปล้นรถได้คนร้ายก็จะนำระเบิดไปใส่ไว้ และเชื่อว่าเป้าหมายน่านำมาก่อเหตุเจ้าหน้าที่ของรัฐ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวและว่า 

 

ที่ผ่านมา ตำรวจได้ข่าวแจ้งเตือนมาตลอด เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังและประชุมกันมาโดยตลอดเช่นกัน การปฏิบัติการณ์ครั้งนี้อย่าถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะด้วยการข่าว การเอาใจใส่ และการทำงานร่วมกันมันพัฒนาขึ้นมาก กลุ่มคนร้ายประมาณ 10 กว่าคน ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ จะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย

“ผมได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้มีการปรับแผนการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ท่านก็ได้กำชับหน่วยกำลังให้มีการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์ที่ได้ร่วมกันวางแผนไว้” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว

สำหรับเหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายปล้นเต็นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ เพื่อนำไปทำคาร์บอมบ์ และเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังติดตามไล่ล่าจนพบรถยนต์แล้ว 4 คัน ได้แก่ 1.รถมิตซูบิชิ ทะเบียน บฉ 7182 ยะลา พบจอดทิ้งไว้ที่ ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา 2.รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ป้ายทะเบียน บธ 4063 พัทลุง และถูกสกัดได้ที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง จากนั้นเกิดเหตุปะทะคนร้ายขับรถเสียหลักลงข้างทาง คนร้ายเสียชีวิต 1 คน 3.รถโตโยต้า ทะเบียน กอ 4995 สงขลา คนร้ายนำไปก่อเหตุระเบิดที่ถนนสาย 418 ม.3 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ฝั่งขาเข้า จ.ยะลา 4.รถอีซูซุ สีเทา ทะเบียน ถศ 3050 กทม. จอดทิ้งไว้ในป่าสวนยาง บ.แม่กัง ม.1 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ส่วนรถยนต์อีก 2 คัน ยังตรวจไม่พบ คือ 1.รถอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บห 5714 สงขลา 2.รถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน ฆท 3327 กทม.

ส่วนคนร้ายที่เสียชีวิต 1 ราย ภายในรถยนต์กระบะ หลังจากใช้ความพยายามขับรถที่บรรจุระเบิดเพื่อก่อเหตุคาร์บอมบ์บริเวณด่านตรวจเกาะหม้อแกง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ล่ายิงสกัดไว้ทันนั้น ทราบชื่อคือ นายนูร์ฮาซัน อาแว  อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 14/2 ม.2 ต.ตะลุโบ๊ะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งญาติได้เดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลหนองจิกเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป และจากการเข้าตรวจสอบภายในรถพบระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในถังแก็สหุงต้มขนาด 15ก.ก. น้ำหนักรวมไม่ต่ำกว่า 70 ก.ก. แอบไว้ด้านหลังเบาะคนขับ พร้อมน้ำมันเบนซินบรรจุไว้ในแกลอนขนาด 5 ลิดร จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้ด้วยการทำลายวงจรระเบิด และดึงออกมาจากตัวรถได้อย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน เวลา 18.30 น.วานนี้ ที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มอบหมายให้สำนักการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ศอ.บต. เดินทางเข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทหารกำลังพลชุดแพทย์เคลื่อนที่ ฉก.24. จำนวน 4 นาย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ โดยใช้รถยนต์โตโยต้า กอ 4995 สงขลา ในการก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.28 น. เหตุเกิดบริเวณบนสะพานยาบี ต.ยาบี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยได้มอบกล่องเยี่ยมในนามเลขาธิการ ศอ.บต.ให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บมีดังนี้
1.ร.ต มนัส ธนาศรี อายุ 55 ปี มีอาการหูอื้อ 2 ข้าง และเจ็บแน่นหน้าอก รอเอกซเรย์ ที่อยู่ตามภูมิลำเนา 297 ม.2 ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา
2.ส.อ.วิเชษฐ์ รวมสุข อายุ 27 ปี มีอาการแผลไหม้ที่มือซ้าย และหูอื้อ 2 ข้าง ที่อยู่ตามภูมิลำเนา 43 ม.1 ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎ์ธานี
3.ส.อ.อิศรา ไชยะ อายุ 29 ปี มีอาการหูอื้อ 2 ข้าง และเจ็บแน่นหน้าอก ที่อยู่ตามภูมิลำเนา 18016/67 ม.9 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
และ 4.พลทหารนุกูลกิจ ฉิมแก้ว อายุ 23 ปี มีอาการแผลที่หน้าแาก และแก้มขวา เป็นแผลไหม้ และหูอื้อ 2 ข้าง ที่อยู่ตามภูมิลำเนา 4 ม.7 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

 

ที่มา http://www.manager.co.th