ยิงถล่ม-ปาระเบิดซ้ำบ้าน อส.ตากใบ ปิดล้อมบันนังสตารวบ 20 ผู้ต้องสงสัย!

114

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเริ่มศักราชใหม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนและระเบิดโจมตีบ้านของอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงก็เปิดฉาก “ปิดล้อม ตรวจค้น” ครั้งใหญ่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ถึง 20 คน 

เหตุโจมตีบ้าน อส.ตากใบ เกิดขึ้นเมื่อช่วงก่อนเที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ 5 ม.ค.61 คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงและขว้างระเบิดซ้ำ ถล่มบ้านเลขที่ 160/2 และบ้านเลขที่ 154/1 ในท้องที่หมู่ 2 ต.นานาค อ.ตากใบ

ต่อมาในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบว่าบ้านหลังแรกเป็นของ นายอาทิตย์ จันทร์แก้ว อายุ 38 ปี อส.ตากใบ เป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น มีร่องรอยถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนพกขนาด 9 ม.ม.บริเวณผนังบ้านและผนังโรงรถ ส่วนบ้านเลขที่ 154/1 ตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านของนายอาทิตย์ เป็นของเพื่อนบ้าน มีร่องรอยกระสุนปืนบริเวณสังกะสีผนังบ้านเช่นกัน

นอกจากนั้น บนถนนหน้าบ้านทั้งสองหลัง พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ 43 ปลอก และปลอกกระสุนปืนพกขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ 11 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า คนร้ายมีประมาณ 5-6 คน พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ แฝงตัวเดินไปที่หน้าบ้านของนายอาทิตย์ อส.ตากใบ จากนั้นใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และ 9 ม.ม. ยิงใส่บ้านของนายอาทิตย์ ซึ่งโชคดีทั้งตัวนายอาทิตย์ บิดา มารดา ภรรยา และลูกๆ รวม 6 คน แยกกันนอนคนละห้อง ไม่ได้รับอันตราย ขณะเดียวกันคนร้ายยังใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบ “ไปป์บอมบ์” ขว้างใส่บ้านของนายอาทิตย์อีก 1 ลูก แต่โชคดีระเบิดไปติดกิ่งต้นมะม่วงที่ปลูกไว้ข้างโรงรถ จึงพลาดเป้า ตกใต้โคนต้นมะม่วง ทำให้คนร้ายเตรียมล่าถอย แต่จังหวะนั้นเอง เพื่อนบ้านตรงข้ามของนายอาทิตย์ได้ยินเสียงปืน จึงเปิดไฟภายในบ้าน ทำให้คนร้ายยิงใส่บ้านหลังนี้ด้วย ก่อนจะหลบหนีไป

พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการ สภ.ตากใบ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบสังหารคนของทางการ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 57 บ้านของนายอาทิตย์ก็เคยถูกคนร้ายยิงถล่มมาแล้ว

arrested2

อีกด้านหนึ่งมีปฏิบัติการเข้มของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยเมื่อเวลาตี 1 วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน ต.อูเบ็ง อ.บันนังสตา จ.ยะลา และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 20 คน จากนั้นได้นำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักบันนังสตา แล้วส่งตัวไปเข้ากระบวนการซักถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่นับร้อยนาย สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่กำลังนอนหลับพักผ่อน หลายคนแสดงความไม่พอใจ และออกมาต่อว่าเจ้าหน้าที่ แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

สำหรับ อ.บันนังสตา เป็นอำเภอที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบบ่อยครั้งที่สุดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยหนึ่งในเหตุรุนแรงที่สร้างความตื่นกลัวไปทั่วประเทศ ก็คือเหตุคนร้ายนับสิบคน บุกปล้นรถทัวร์สายเบตง-กรุงเทพฯ ขณะแล่นผ่านพื้นที่ อ.บันนังสตา จากนั้นได้ไล่ผู้โดยสารลงทั้งหมด แล้วเผารถทัวร์จนวอดทั้งคัน

arrested3

วันเดียวกัน ที่เรือนรับรองมณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี แถลงผลการจับกุมสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง 5 คน คือ นายอิสมาแอล มะแซ นายสุไลมาน ดาโอะ นายมะรอสดี จิตอซอ นายรอกิ แดมอ และ นายซุบกิพลี สาและ

ผลจากการซักถาม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงที่สำคัญรวม 6 คดี ประกอบด้วย

คดีที่ 1 ยิง นายอภิชาติ แซ่ฉั่ว และจุดไฟเผาร่าง เมื่อวันที่ 9 มี.ค.53 เหตุเกิดที่ร้านป้าอ้วนขายถ่าน เลขที่ 167/4 ถนนยะรัง ต.จะบังติกอ อ.เมืองปัตตานี

คดีที่ 2 ยิง นายวีระ ปานทน อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคปัตตานี เมื่อวันที่ 19 ก.ค.53 เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านไหมซักอบรีด ถนนเจริญประดิษฐ์ ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี

คดีที่ 3 ยิง ร.ต.ต.พิสูตร เงินพจน์ ข้าราชการบำนาญ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ต.ค.53 เหตุเกิดบริเวณหน้าสุสานลางา ถนนโรงเหล้าสาย ก. ต.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี

คดีที่ 4 ยิง นายวิเชษฐ  บุญไชย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สำนักงานองค์การทหารผ่านศึกปัตตานี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.54 เหตุเกิดบริเวณบ้านพักในตัวเมืองปัตตานี

คดีที่ 5 ยิงตำรวจยศร้อยตำรวจเอก และแย่งชิงอาวุธปืน เมื่อวันที่ 3 เม.ย.55 เหตุเกิดบริเวณท่าเทียบเรือริมแม่น้ำปัตตานี หมู่ 6 ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี

และคดีที่ 6 ยิง นายวิชิต รตะไพบูลย์ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.54 ขณะวิ่งออกกำลังกายบริเวณถนนเจริญประดิษฐ์ หมู่ 1 ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี

arrested

พล.ต.จตุพร กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้จะร่วมกันวางแผนก่อเหตุ โดยมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน เช่น ผู้สั่งการ คนดูต้นทาง คนกำหนดเป้าหมาย คนพามือปืนหลบหนี และผู้ทำหน้าที่เป็นมือปืน รวมทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยก่อนลงมือปฏิบัติการจะมีการประชุมวางแผนตามร้านน้ำชาในพื้นที่ ใช้มัสยิดเป็นจุดรับส่งอาวุธ และเป็นจุดสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหลบหนี

“ผมอยากทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องเข้าตรวจค้นสถานที่ต่างๆ ตามที่ผู้ต้องหาให้การสารภาพ และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน และเจ้าของสถานที่ต่างๆ ว่าอย่าให้ที่พักพิงแก่ผู้กระทำความผิด เพราะหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบ เจ้าของสถานที่จะมีความผิดตามกฎหมายด้วย” พล.ต.จตุพร ระบุ


ที่มา: https://www.isranews.org/south-news/other-news/62566-volunteer_62566.html