แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตเด็กของแม่เหยื่อกระสุน – หลายองค์กรฮือประณามมือยิง

91

แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตเด็กในท้องของ รัตติกาล จ่าวัง เหยื่อกระสุนของคนร้ายที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนได้ ทำให้เด็กสิ้นใจตามแม่ไป ขณะที่หลายองค์กรออกมาประณามการกระทำที่โหดร้าย ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม

เหตุการณ์ยิงผู้หญิงท้องแก่ ในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 26 พ.ย.59 ทำให้ น.ส.รัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนเสียชีวิต ขณะที่เด็กในครรภ์ก็เสียชีวิตด้วย ส่วน น.ส.สายใจ ทองดี อายุ 28 ปี ซึ่งเดินทางมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี

พฤติการณ์ของคนร้าย ดักยิงขณะผู้ตายและเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์ไปแวะซื้อกับข้าวที่ตลาดปาลัส ริมทาวหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 บ้านปาลัส ต.ควร อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ระหว่างนั้นมีคนร้าย 1 คนสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า และมีไฟฉายติดที่ศีรษะ เดินข้ามถนนมา ทำทีซื้อไก่ทอด เมื่อสบโอกาสได้ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ยิงใส่ น.ส.รัตติกาล และ น.ส.สายใจ จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

หลังก่อเหตุคนร้ายวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายอีกคนจอดรออยู่ฝั่งตรงข้าม ขับหลบหนีไป จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 5 ปลอก เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

สำหรับ น.ส.รัตติกาล และ น.ส.สายใจ เป็นชาว อ.ปะนาเระ ทั้งคู่ โดยครอบครัวได้ทำพิธีรดน้ำศพ น.ส.รัตติกาล ที่วัดควนใน ต.ควน อ.ปะนาเระ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้าน ในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. และจะเริ่มสวดพระอภิธรรมศพคืนแรกในวันเดียวกัน

กอ.รมน.ประณามคนร้ายไร้มนุษยธรรม

          หลายองค์กรได้ออกมาประณามการกระทำของคนร้ายที่ฆ่าได้กระทั่งผู้หญิงท้องแก่

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดย พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง และกำลังร่วม 3 ฝ่ายเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตลอดจนบูรณาการมาตรการด้านการข่าว เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ทั้งยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการด้วย

ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำของคนร้ายว่าเป็นการกระทำที่สุดโต่ง ไร้ซึ่งมนุษยธรรม เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักศาสนา และขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วน กลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคม และกลุ่มเอ็นจีโอ ได้ร่วมกันประณามการกระทำต่อผู้หญิงซึ่งไม่มีทางต่อสู้ และยังตั้งครรภ์ด้วย ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม อำมหิต ไร้ซึ่งมนุษยธรรม สุดโต่ง หวังเพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน โดยมิได้คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ใด

“อังคณา-เครือข่ายพุทธ”จี้ทุกภาคส่วนปฏิเสธความรุนแรง

          ขณะที่เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และครอบครัวของผู้บาดเจ็บ และขอประณามการกระทำใดๆ อันเป็นการทำร้ายต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งกำลังตั้งครรภ์ อีกทั้งขอให้รีบเร่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม การให้ความช่วยเหลือเยียวยา และขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชน องค์กรภาคประชาสังคม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวด้วย

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา พบเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้งในสถานที่สาธารณะ เช่น สถานศึกษา หรือตลาด โดยผู้เสียหายมักเป็นผู้หญิง เด็ก รวมถึงผู้สูงอายุ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามจับกุมผู้กระทำผิด แต่ยังพบมีเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะกับผู้หญิงและเด็กมากขึ้นอย่าง

การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ขัดต่อหลักศาสนาทุกศาสนา  นำมาซึ่งความเศร้าสลดเสียใจแก่ประชาชนทั่วไป และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งขอให้มีการฟื้นฟูเยียวยาผู้บาดเจ็บ โดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิต  เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างยั่งยืน ขณะที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนทุกศาสนา จะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และควรเปิดโอกาสให้ประชาชน รวมถึงผู้หญิงมีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วย

รวมตัวหน้าตลาดปาลัสฮือต้านความรุนแรง   

วันเดียวกัน ประชาชนทุกศาสนาจำนวนประมาณ 100 คน รวมตัวกันที่ตลาดปาลัส ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 เพื่อประณามกรณีคนร้ายยิงผู้หญิงท้องแก่จนเสียชีวิต โดยทั้งหมดได้ถือป้ายเขียนข้อความเรียกร้องให้หยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์ และไม่ต้องการความรุนแรง

สำหรับตลาดปาลัส เป็นรอยต่อระหว่าง อ.มายอ กับ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เคยเกิดเหตุรุนแรง โดยเฉพาะการยิงเป้าหมายอ่อนแอบ่อยครั้ง มีทั้งยิงในตลาดและเส้นทางสัญจรโดยรอบ เหยื่อกระสุนก็เช่น ครูไพรัตน์ จิตร์เสน ครูโรงเรียนบ้านดูวา อ.มายอ วัย 50 ปี เหตุเกิดวันที่ 7 พ.ค.57, สองสามีภรรยาขายยาเส้น เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ปีเดียวกัน นอกจากนั้นในวันที่ 30 พ.ค.56 ยังมีเหตุปล้นธนาคารกสิกรไทย สาขาปาลัส ด้วย โดยภายหลังทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีความเชื่อมโยงกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

 

 

บรรยายภาพ : ประชาชนทุกศาสนาร่วมประณามการก่อเหตุรุนแรงที่กระทำต่อผู้หญิงและเด็ก ที่ตลาดปาลัส อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

ขอบคุณ : ภาพจากเจ้าหน้าที่

ที่มา :https://www.isranews.org