อำลา “บิ๊กอาร์ท” แม่ทัพภาค 4 เจ้าของทฤษฎีใหม่ไฟใต้

33

ไฟใต้คุโชนมา 14 ปี ผ่านมาแล้ว 8 รัฐบาล 7 นายกรัฐมนตรี มีแม่ทัพภาคที่ 4 มาแล้วถึง 12 คน โดยคนล่าสุด “บิ๊กอาร์ท” พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช ใกล้ถึงวาระเปิดหมวกอำลา 

เจ้าตัวบอกว่ารู้สึกพอใจกับการทำงานของตนเอง และเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้เดินมาถูกทาง สถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยมาตรวัดความสำเร็จไม่ใช่สถิติตัวเลขความรุนแรงที่ลดลง แต่เป็นรอยยิ้มของชาวบ้าน

“ผมพอใจกับการทำหน้าที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ก็เหลืออีกไม่กี่วันแล้วก็จะหมดหน้าที่ อยากทำต่อก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะหมดเวลา ส่วนตัวเชื่อว่าการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาถูกทาง ผมไม่ได้ดูจากสถิติ หรือยอดการบาดเจ็บ เสียชีวิตที่ลดลง แต่ดูจากรอยยิ้มของประชาชน การออกมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข สองข้างทางมีประชาชนออกมาขายของ มีการลงทุนมากขึ้นกว่าเดิม”

ความโดดเด่นของ “บิ๊กอาร์ท” บนเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 4 ก็คือบุคลิก “พูดตรง” ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม และการจุดพลุทฤษฎีใหม่ไฟใต้ว่าเหตุรุนแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้นกว่าร้อยละ 80 เป็นเรื่องส่วนตัว ความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ และธุรกิจมืด

    “สมมติประมาณ 10 เรื่อง เป็นเรื่องส่วนตัว 8 เรื่อง เช่น ยาเสพติด ทะเลาะวิวาท การพนัน ชู้สาว จริงๆ เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะเดี๋ยวจะกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่มั่ว แต่ความจริงก็คือความจริง ก็อยากให้สื่อมวลชนไปดูข้อเท็จจริงว่าแต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุอะไร”

ประเด็นที่ “บิ๊กอาร์ท” เน้นย้ำหลายต่อหลายครั้งก็คือ บรรดาขบวนการแบ่งแยกดินแดนชื่อคุ้นหู ทั้งพูโล บีอาร์เอ็น เป็นเพียงหนังม้วนเก่าที่ฉายจบไปหมดแล้ว ฉะนั้นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ควรปลุกผีขบวนการขึ้นมาอีก นี่คืออีกครั้งที่ “บิ๊กอาร์ท” แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนพูดตรง และเชื่อมั่นในข้อมูลของตนเอง โดยไม่สนทฤษฎีความเชื่อเก่าๆ ที่ยังฝังใจใครหลายๆ คน

         “เรื่องความมั่นคงเป็นสิ่งที่แอบอ้างขึ้นมาว่าเป็นขบวนการนั้นขบวนการนี้ ซึ่งมันไม่มีแล้ว ผมได้ย้ำกับน้องๆ ผู้ปฏิบัติงานไปแล้วว่า อย่าปลุกผีขึ้นมา ผีมันจบไปแล้ว และคนในขบวนการเองก็บอกกับผมว่า ถูกแอบอ้างชื่อไปใช้ โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจผิดกฎหมายเป็นหลัก”

วงจรอุบาทว์ไฟใต้ในมุมมองของ “บิ๊กอาร์ท” เชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับปัญหาสังคมในพื้นที่ ซึ่งเขาเชื่อว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวนมากที่เคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ แต่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงิน

“การมีลูกมากจะยากจน เรามีลูก 2 คนก็หาเลี้ยงกันเหนื่อยแล้ว แต่ฝั่งโน้นเขามีลูกเป็นสิบคน ก็ลำบาก เราก็เข้าใจ บางคนก็ไปรับจ้างก่อเหตุเพื่อนำเงินมาใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเข้าสู่วงจรอุบาวท์เหล่านี้ ก็เริ่มไปชี้เป้าต่อ ไปโปรยตะปูเรือใบ ไปตัดต้นไม้ มันจึงวินวินกับผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย พอเกิดเรื่องก็อ้างชื่อขบวนการต่างๆ ขึ้นมา อยากปลุกผี อยากหางบประมาณ แต่จริงๆ มันจบไปนานแล้ว เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง จะต้องมีการยึดพื้นที่ มีกองกำลัง แต่ขณะนี้ก็ไม่มีอะไร”

ทั้งหมดนี้คือมรดกทางความคิดที่ “บิ๊กอาร์ท” พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช ตกผลึกไว้ให้แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่สานงานต่อ เพื่อพลิกสถานการณ์ให้ปลายด้ามขวานมีสันติสุขอย่างยั่งยืนเสียที

———————————————————————————————

เรื่อง/ภาพ : อัญชลี อริยกิจเจริญ ทีมล่าความจริง เนชั่นทีวี 22

ทีมา/https://www.isranews.org/south-news/special-talk/69627-goodbye.html