ปะทะผู้ต้องสงสัยแก๊งยิงพระ ดับ 2 เจ็บเพียบ

มีความคืบหน้าสำคัญของคดีคนร้ายบุกยิงพระภิกษุที่วัดรัตนานุภาพ หรือวัดโคกโก อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ หรือ “ท่านสว่าง” อดีตเจ้าอาวาส มรณภาพ พร้อมกับพระลูกวัดอีก 1 รูป และยังมีพระได้รับบาดเจ็บอีก 2 รูป 

ล่าสุดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเกือบครบ 1 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ปิดล้อมตรวจค้นและยิงปะทะคนร้ายในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิงพระวัดโคกโก

จุดปะทะอยู่หลังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ โดยกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดนราธิวาส สนธิกำลังกับทหารพราน เข้าพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนพักพิงของผู้ต้องสงสัยก่อเหตุรุนแรง แล้วพบกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัยหลบอยู่ในเพิงพัก จึงเปิดฉากยิงปะทะกัน ทำให้ฝ่ายติดอาวุธต้องสงสัยเสียชวิต 2 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 4-5 ราย โดยกลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บสามารถเล็ดรอดหลบหนีไปได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเพิงพักชั่วคราว ในลักษณะคล้ายๆ ฐานปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อเหตุรนุแรง พบมีเพิงพักที่ปลูกสร้างแบบง่ายๆ จำนวน 8 หลัง อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก และอาก้าอีก 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และอาหาร รวมทั้งอุปกรณ์ยังชีพในป่าอีกจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบหาเบาะแสของคนร้าย

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.) บอกว่า จากการตรวจสอบคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่บุกยิงพระวัดรัตนานุภาพ ซึ่งเหตุการณ์ยิงพระทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม จึงช่วยกันต่อต้านและปฏิเสธให้ที่หลบซ่อนกับคนร้าย จนต้องพำนักตามป่าเขา จนเกิดการปะทะกันและมีความสูญเสียของฝ่ายผู้ก่อเหตุรุนแรง

ต่อมา “ทีมข่าวอิศรา” ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุ และได้พูดคุยกับ พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จังหวัดนราธิวาส ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กำลังเจ้าหน้าที่ที่ใช้มีจำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ สนธิกำลังร่วมกันทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เป้าหมายคือเดินเท้าขึ้นไปพิสูจน์ทราบบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านไอร์ลาฆอ หมู่ 5 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธใช้เป็นสถานที่แฝงตัวเคลื่อนไหวซ่องสุมเพื่อก่อเหตุร้าย

เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเดินเท้าลัดเลาะป่ายางพาราที่รกทึบขึ้นไปบนเทือกเขา ใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง พบกองกำลังติดอาวุธจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ที่บริเวณเพิงพักชั่วคราวที่ใช้ผ้ายางพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ทำเป็นหลังคา ปลายทั้ง 4 ด้านใช้เชือกผูกไปโยงติดกับกิ่งไม้ โดยคนร้ายซึ่งทำหน้าที่ดูต้นทางมองเห็นเจ้าหน้าที่ก่อน จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ ทำให้เจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ จนเกิดการยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 30 นาที ส่งผลทำให้ฝ่ายกองกำลังติดอาวุธเสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือ นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง กับ นายมูฮัมหมัดซากีริน สาแม ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เก็บสารพันธุกรรม หรือ “ดีเอ็นเอ” ไปตรวจยืนยันอีกครั้ง

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ยึดที่พักชั่วคราวได้ 8 หลัง ภายในมีเครื่องนุ่งห่มและอุปกรณ์ใช้ยังชีพในป่า พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก และเอ็ม 16 เอ 2 อีก 1 กระบอก รวมทั้งกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบรอยเลือดเป็นจำนวนมากบริเวณที่พักชั่วคราว คาดว่ากลุ่มติดอาวุธที่หลบหนีไปได้ มีคนได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อยๆ 3 ถึง 5 คน จากทั้งหมด 8 คน

กำลังผสมยังได้จัดชุดติดตามไล่ล่ากดดันกลุ่มติดอาวุธที่หลบหนีอย่างกระชั้นชิด พร้อมประสานไปยังกองกำลังภาคพื้นดินให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายใช้หลบหนี รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่างๆ ในพื้นที่ เพราะคนร้ายอาจแฝงตัวเป็นชาวบ้านเข้าไปรักษาอาการที่บาดเจ็บ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกยิงพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ อดีตเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และอดีตเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี มรณภาพพร้อมพระลูกวัดอีก 1 รูป และได้รับบาดเจ็บอีก 2 รูป เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา

รวบผู้ต้องหาคดีความมั่นคง 4 หมายจับ

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 สนธิกำลังกับชุดสืบสวน สภ.ทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในตำบลปากู อำเภอทุ่งยางแดง พบเอกสารปลุกระดม และของใช้ส่วนตัวของบุคคลเป้าหมายที่กำลังติดตามตัว ทั้งยังพบตัว นายอิบรอฮิม วาโตะมะ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง จึงคุมตัวส่ง สภ.ทุ่งยางแดง และส่งต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เพื่อสอบสวนขยายผล โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก

จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นของ นายอิบรอฮิม มีหมายจับในคดีความมั่นคง 4 หมาย ทั้งคดียิงสองสามีภรรยา คดียิงฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ คดีซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ เมื่อปี 51 ในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง นอกจากนั้นยังมีคดีลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่เมื่อปี 50 ในอำเภอทุ่งยางแดงเช่นกัน

ยิงดับ “ชาวบ้าน” 2 อำเภอปัตตานี

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ยังเกิดเหตุยิงรายวันอีก 2 เหตุการณ์ คือที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี คนร้ายดักยิง นายอารง วามะตะอู อายุ 30 ปี ขณะเดินทางอยู่บริเวณสามแยกบูแตบองอ หมู่ 6 ถนนบ่อทอง-ยาบี ตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก ทำให้ นายอารง ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนที่ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี คนร้ายตามประกบยิง นายเปาซีห์ ลาเต๊ะ อายุ 40 ปี เสียชีวิตคาที่ บริเวณหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านละหาร หมู่ 5 ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี เหตุเกิดระหว่างที่นายเปาซีห์ขี่รถจักรยานยนต์ไปทำธุระ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบสังหารทั้ง 2 เหตุการณ์


ที่มา / https://www.isranews.org/south-news/other-news/73727-hit.html