คาดแก๊งอุ้มฆ่า 2 ตำรวจหนีข้ามแดน สงสัยแก๊งป่วนใต้โยงภัยแทรกซ้อน

72

มีความคืบหน้าเหตุอุกอาจในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายที่ก่อเหตุอุ้มฆ่าตำรวจ 2 นาย พร้อมเผารถกระบะทิ้งที่อำเภอตากใบ น่าจะหลบหนีข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มป่วนใต้ที่เชื่อมโยงกับขบวนการค้าของผิดกฎหมาย 

ตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านชั้นเดียวในตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จุดที่คนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 8 คน แต่งกายคล้ายทหาร บุกอุ้มตำรวจ 2 นายไปยิงทิ้ง เผารถกระบะ และปล้นปืนเอ็ม 16 กับปืนพกสั้นอีก 2 กระบอก เบื้องต้นพบว่าบ้านหลังนี้เปิดเป็นร้านขายน้ำชา เป็นร้านที่ตำรวจ 2 นายนัดเพื่อนๆ มานั่งพูดคุยกันเป็นประจำ

สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า คนร้ายทุกคนมีอาวุธครบมือ มี 6 คนเข้ามาในร้าน อีก 2 คนคุมเชิงอยู่ด้านนอก เมื่อบุกเข้ามาได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่ให้คนในร้านอยู่ในความสงบ จากนั้นก็เจาะจงจับตัวตำรวจ 2 นายมัดมือไพล่หลัง คุมตัวไปขึ้นรถกระบะ และขับรถออกจากหน้าร้านไป

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของตำรวจทั้งสองนายมาตลอด และรู้ว่ามานั่งดื่มน้ำชาที่ร้านนี้เป็นประจำ จึงวางแผนก่อเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีคนในละแวกร้านน้ำชารู้เห็นเป็นใจคอยชี้เป้าให้คนร้าย จึงได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุกรายไปสอบปากคำ

ส่วนจุดที่พบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ซึ่งเป็นรถที่ 1 ใน 2 ตำรวจใช้งาน ถูกเผาในตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบแล้วเช่นกัน คาดว่าคนร้ายน่าจะดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากถัง แล้วนำมาราดในห้องโดยสาร ก่อนจุดไฟเผา สาเหตุที่ต้องเผารถ สันนิษฐานว่าคนร้ายไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอของคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุได้

พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) ซึ่งลงพื้นที่ไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเอง เปิดเผยว่า คนร้ายขับรถมาจากอำเภอเจาะไอร้อง โดยใช้เส้นทางหลบกล้องวงจรปิด จากนั้นก็นำรถมาเผาทำลาย คาดว่าขณะนี้หลบหนีข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว และแม้คนร้ายจะเผารถทำลายหลักฐาน แต่เจ้าหน้าที่ยังมีของกลางเป็นเชือกที่ใช้มัดตำรวจทั้ง 2 นาย และปลอกกระสุนปืนที่ใช้ยิงตำรวจ สามารถนำมาตรวจพิสูจน์เพื่อหาเบาะแสโยงไปยังกลุ่มคนร้ายได้

สำหรับศพของตำรวจทั้ง 2นาย ครอบครัวได้ไปรับที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว โดยศพของ ส.ต.ท.นเรศ เอียดทอง ญาตินำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ส่วนศพของ ส.ต.ท.รุสไวดี สาแม ญาตินำไปฝังที่กุโบร์บ้านบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง ซึ่งเป็นบ้านเกิด

drug1

drug

จากการรวบรวมข้อมูลของ “ทีมข่าวอิศรา” พบว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้น้ำหนักชนวนเหตุอุ้มฆ่า 2 ตำรวจว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เชื่อมโยงกับขบวนการค้าของผิดกฎหมาย

โดยเหตุการณ์ที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง จนเกิดปฏิบัติการตอบโต้ก็คือ เหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานยิงปะทะกับกลุ่มติดอาวุธบนเทือกเขาไอร์ลาฆอ ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องหาคดีความมั่นคงได้ 2 ราย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

จากนั้นในช่วง 1 สัปดาห์มานี้ ตำรวจเจาะไอร้องจับกุมแก๊งค้าของผิดกฎหมาย และยึดอาวุธสงครามได้หลายครั้ง เริ่มจากวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ตำรวจนำกำลังเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง ซึ่งเป็นแหล่งพักและจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลางได้หลายรายการ ทั้งใบกระท่อม น้ำกระท่อม และอาวุธปืนทั้งเอ็ม 16 และปืนพก พร้อมจับกุมคนในบ้านได้ 1 ราย

ต่อมาวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ตำรวจเจาะไอร้องบุกจับ นายไพศอล มะหลง พร้อมของกลางยาเสพติดประเภทยาแก้ไอและใบกระท่อม รวมทั้งอาวุธปืนยาว และปืนพกอีกอย่างละ 1 กระบอก ในพื้นที่ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง

นี่คือ 3 เหตุการณ์หลักๆ ที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นชนวนเหตุที่ทำให้กลุ่มคนร้ายตอบโต้ โดยเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่และตามตะเข็บชายแดน โดยคนร้ายกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มค้ายาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเรียกว่า “ภัยแทรกซ้อน”


ที่มา/https://www.isranews.org/south-news/other-news/74230-kill-74230.html