บึ้มสตูล-พัทลุงพบหลักฐานโยงชายแดนใต้ สงสัยปม 110 – ป่วนการเมือง

เกิดเหตุระเบิดหลายจุดทั้งใน จ.สตูล และ จ.พัทลุง ส่วนใหญ่เป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก มีบางจุดเป็นมอเตอร์ไซค์บอมบ์ พบหลักฐานโยงชายแดนใต้ เจ้าหน้าที่ตั้ง 2 ประเด็น โยงวาระ 110 ปีสนธิสัญญาแองโกล-สยามที่มีการโหมกระแสมาก่อนหน้านี้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่ตัดปมการเมืองทิ้ง 

เหตุระเบิดใน อ.เมืองสตูล เกิดขึ้นระหว่างเวลา 22.30-22.45 น. คืนวันเสาร์ที่ 9 มี.ค.62 มีรายงานว่าเกิดระเบิดอย่างน้อย 2 จุด คือ 1.ในถังขยะริมถนนยาตราสวัสดี หน้า สภ.เมืองสตูล ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และ 2.ภายใน สภ.เมืองสตูล แรงระเบิดทำให้กระจกบ้านประชาชนและโรงแรมวังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆ โรงพักแตกเสียหาย

จากการตรวจสอบเหตุระเบิดจุดที่ 2 พบว่าเป็น “มอเตอร์ไซค์บอมบ์” โดยคนร้ายซุกระเบิดแสวงเครื่องไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ แล้วนำไปจอดปะปนอยู่กับรถของกลางของ สภ.เมืองสตูล ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้รถกระบะที่จอดอยู่ใกล้ๆ ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเช่นกัน และระเบิดจุดที่ 2 นี้ห่างจากจุดแรกเพียง 20 เมตร แต่จุดแรกอยู่นอกรั้วโรงพัก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าระเบิดจุดแรกเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ทำให้เกิดเสียงเพียงอย่างเดียว ถือเป็น “ระเบิดเสียง” ไม่ใช่ “ระเบิดสังหาร” ส่วนระเบิดจุดที่ 2 ที่เป็น “มอเตอร์ไซค์บอมบ์” ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ซุกระเบิดแสวงเครื่อง นำไปจอดบริเวณที่จอดรถของกลางนั้น เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน 0259 ปัตตานี ไม่ทราบหมวดอักษร ชื่อผู้ครอบครองรถเป็นชาย ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แต่เป็นที่ถูกคนร้ายปล้นชิงที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันที่ 28 พ.ย.61

 สำหรับ อ.สะบ้าย้อย เป็น 1 ใน 4 อำเภอของ จ.สงขลา ที่เป็นพื้นที่รอยต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และบังคับใช้กฎหมายพิเศษคือ พ.ร.บ.ความมั่นคง (พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551)

มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า อาจมีระเบิดเกิดขึ้นอีกจุดหนึ่งในร้านขายของชำ ใกล้กับห้างค้าปลีกชื่อดังใน อ.เมืองสตูล แต่จุดนี้ไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ

ต่อมาเวลาประมาณ 02.00-04.00 น. เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค. เกิดระเบิดและพบวัตถุต้องสงสัยอีก 6 จุดใน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ประกอบด้วย

1.ระเบิดภายในร้านขายของชำ เลขที่ 212 หมู่ 3 ต.ดอนประดู่

2.ระเบิดภายในร้านขายของชำ เลขที่ 272/1 หมู่ 11 ต.ดอนประดู่

3.ระเบิดในพื้นที่หมู่ 11 ต.ดอนประดู่

4.พบวัตถุต้องสงสัย ในพื้นที่หมู่ 9 ต.ดอนประดู่

5.ระเบิดภายในร้านขายรถจักรยาน เลขที่ 567/5 ต.ปากพะยูน

และ 6.ระเบิดในถังขยะด้านหลังโรงเรียนอนุบานปากพะยูน ต.ปากพะยูน โดยเหตระเบิดทุกจุดสร้างความเสียหายไม่มากนัก และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

pattalung

กระทั่งช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ทั้งใน จ.สตูล และ จ.พัทลุง ได้นำกำลังรุดไปตรวจที่เกิดเหตุทุกจุด ปรากฏว่ายังมีเจ้าหน้าที่รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยและเหตุระเบิดทั้งใน อ.เมืองสตูล และ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง อีกหลายจุด บางจุดก็เป็นแค่วัตถุต้องสงสัย บางจุดก็เป็นระเบิดจริง นับเป็นสถานการณ์ที่ปั่นป่วนระดับหนึ่ง

มีรายงานจากฝ่ายตำรวจว่า นอกจากรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็น “มอเตอร์ไซค์บอมบ์” ในโรงพัก สภ.เมืองสตูล ที่เป็นรถจากจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ระเบิดทุกลูกที่พบและเกิดระเบิด ยังเป็นระเบิดแบบไปป์บอมบ์ โดยใช้ท่อเหล็กเป็นภาชนะห่อหุ้มระเบิด และจุดระเบิดด้วยระบบตั้งเวลาโดยใช้นาฬิกาข้อมือแบบดิจิทัล ส่วนสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดท่อน โดยเป็นการกระทำของ “กลุ่มผู้ไม่หวังดี” ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ลดความน่าเชื่อถือของรัฐ

ขณะที่ข้อมูลจากฝ่ายทหาร ระบุว่า น่าจะเป็นการขยายพื้นที่ก่อเหตุจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาที่ จ.สตูล และพัทลุง โดย อ.ปากพะยูน อยู่ติดกับ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ซึ่งเคยเกิดระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงมาแล้วช่วงก่อนปีใหม่ ช่วงเดียวกับที่เกิดระเบิดนางเงือกที่หาดสมิหลา อ.เมืองสงขลา

“การวางระเบิดนอกพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงใกล้เลือกตั้ง และมีแนวโน้มอาจเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ซึ่งก็จะต้องเปลี่ยนคณะพูดคุยเจรจาคณะใหม่กับผู้เห็นต่างจากรัฐ มีความเป็นไปได้ว่าเป็นความจงใจก่อเหตุนอกพื้นที่ชายแดนใต้เพื่อเพิ่มเงื่อนไขต่อรองในการพูดคุยเจรจา”แหล่งข่าวจากนายทหารที่เกาะติดสถานการณ์ไฟใต้ กล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวของทหารจากชายแดนใต้ ประเมินว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้จาก 2 สาเหตุ

หนึ่ง คือ วันครบรอบ 110 ของสนธิสัญญาแองโกล-สยาม พ.ศ.2452 หรือ ค.ศ.1909 ซึ่งตรงกับวันนี้ คือ วันที่ 10 มี.ค. โดยสนธิสัญญาฉบับนี้ถูกมองว่าเป็นสนธิสัญญาที่รับรองให้ “ปาตานี” หรือ “นครปัตตานี” ซึ่งเดิมเคยอยู่ในฐานะรัฐอิสระและประเทศราชของสยาม ตกอยู่ภายใต้อธิปไตยและเป็นส่วนสหนึ่งของสยามอย่างสมบูรณ์

  ประเด็นนี้ถูกปลุกขึ้นในตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีการพ่นสีตามราวสะพานและพื้นถนนหลายจุดในหลายพื้นที่เป็นคำว่า “PATANI 110” สื่อถึงวาระครบ 110 ปีของสนธิสัญญา ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบแบบ 100% แต่เหตุรุนแรงกลับเกิดขึ้นนอกพื้นที่ชายแดนใต้

สอง คือ การสร้างสถานการณ์ทางการเมือง เพราะช่วงนี้มีการเลือกตั้ง ฝ่ายการเมืองบางฝ่ายอาจอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล หรือเป็นความไม่พอใจของคู่แข่งทางการเมือง เพราะทั้ง 2 จังหวัดที่เกิดระเบิด เพิ่งมีการลงพื่นที่หาเสียงและปราศรัยใหญ่ของแกนนำพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มีฐานเสียงอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้


ที่มา /https://www.isranews.org/south-news/other-news/74564-satun.html