15 ปีทนายสมชาย…อุ้มหายไร้คนผิด

40

วันที่ 12 มี.ค.62 เป็นวาระครบรอบ 15 ปีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ ทนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม 

ทนายสมชายถูกอุ้มไปตั้งแต่ปี 47 หรือ 15 ปีก่อน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบเห็น หรือได้เบาะแส หรือแม้กระทั่งพบศพทนายสมชาย สร้างความเศร้าเสียใจให้กับครอบครัว ทั้งภรรยาและลูกๆ อย่างสุดซึ้ง

คดีการหายตัวไปของทนายสมชาย จะว่าไปต้องบอกว่า “จบแล้ว” ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม เพราะศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อปี 58 ยกฟ้องตำรวจ 5 นายที่ตกเป็นจำเลยในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและลักทรัพย์ทนายสมชาย โดยศาลฎีกาให้เหตุผลในคำพิพากษาว่า พยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนนำส่งศาลไม่มีความน่าเชื่อถือ และไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องยืนยันความถูกต้องของพยานหลักฐาน

ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่รับคดีทนายสมชายเป็นคดีพิเศษ ก็มีคำสั่งงดการสอบสวนไปแล้ว ทำให้ถึงวันนี้สามารถพูดได้ว่า คดีอุ้มหายกลางกรุงเทพฯ เพราะทนายสมชายถูกอุ้มจากรถยนต์ขณะขับอยู่แถวๆ หัวหมาก ผ่านมา 15 ปี ทั้งตำรวจ ดีเอสไอ และหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วย ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ และไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับเหยื่อ ซึ่งก็คือครอบครัวของทนายสมชายได้

ทั้งๆ ที่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า ทนายสมชายถูกอุ้มจากการทำคดีช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แถมยังน่าจะถูกอุ้มโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากอดีตผู้นำประเทศสมัยที่ยังอยู่ในตำแหน่งก็เคยตอบคำถามเรื่องนี้อย่างเป็นปริศนา ส่อให้เห็นว่าทนายสมชาย “ถูกบังคับให้สูญหาย” หรือที่เรียกว่า “อุ้มหาย” นั่นเอง

ในวาระ 15 ปีทนายสมชายถูกอุ้มหาย อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของทนายสมชาย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว หัวเรื่องว่า “15 ปี สมชาย นีละไพจิตร: ความยุติธรรมไม่มีจริง” บอกเล่าประสบการณ์การต่อสู้คดี “การบังคับบุคคลให้สูญหาย” หรือ “คดีอุ้มหาย” ในประเทศไทย

ประสบการณ์ไม่น่าจดจำที่ครอบครัวของคุณอังคณาต้องเผชิญ และได้บันทึกไว้ในเฟซบุ๊คของเธอก็คือ การที่ศาลฎีกาตัดสินว่าครอบครัวของทนายสมชายไม่มีสิทธิ์ในการดำเนินการเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมแทนทนายสมชาย หมายความว่าเป็น “ผู้เสียหาย” ในคดีไม่ได้ เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานว่าทนายสมชายได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจนไม่สามารถดำเนินการเรียกร้องความยุติธรรมได้ด้วยตนเอง

อังคณาสรุปประเด็นนี้ว่า ใน “คดีบังคับสูญหาย” หรือ “คดีอุ้มหาย” ต่อให้มีพยานเห็นเหตุการณ์และยืนยันตัวผู้ลักพาตัวได้ แต่สุดท้ายก็จะไม่สามารถเอาผิดใครได้ เนื่องจาก “ไม่มีผู้เสียหาย” เพราะตามกฎหมายไทย ความผิดอาญาเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยตนเอง

ส่วนกรณีทนายสมชาย แม้จะมีพยานแวดล้อมทำให้สังคมเชื่อว่าทนายสมชายเสียชีวิตไปแล้ว โดยเฉพาะคำให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ และข้อเท็จจริงที่ศาลฟังเป็นที่ยุติว่าทนายสมชายถูกคนกลุ่มหนึ่งผลักขึ้นรถ แล้วไม่มีผู้ใดพบเห็นเขาอีก แต่ครอบครัวก็ยังเป็นผู้เสียหายไม่ได้อยู่ดี คดีอุ้มหายจึงไม่มีผู้เสียหายถ้าไม่มีใครพบศพ หรือแปลแบบตลกร้ายก็คือ “เมื่อไม่พบศพ แสดงว่าไม่ตาย”

นี่คืออีกหนึ่งรอยด่างในกระบวนการแสวงหาความยุติธรรมในประเทศไทย จากคดีอุ้มหายกลางเมือง แต่ไม่มีใครต้องรับผิด


ที่มา / https://www.isranews.org/south-news/academic-arena/74645-impunity.html